รีวิว Day of the Mummy (2014) ศิลาอาถรรพ์มัมมี่สยอง

รีวิว Day of the Mummy (2014) ศิลาอาถรรพ์มัมมี่สยอง


ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด

เหตุผลประการสำคัญที่ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดูก็ด้วยชื่อของ Danny Glover ดารารุ่นเก๋าที่ผมโปรดปรานจากบทจ่าเมอร์ทัฟในหนัง Lethal Weapon

แต่ก็เหมือนดาราเก่าๆ จำนวนหนึ่งล่ะครับที่หากไม่ได้เล่นในหนังกระแสหลักก็ต้องรับงานหนังนอกกระแสหรือหนังเกรดบีอะไรแบบนี้แทน ซึ่งอันนี้ผมก็ทำใจไว้เหมือนกันว่าหนังคงไม่ได้เจ๋งอะไรนักหรอก

ครับ ผมดูโดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเท่าไร ครั้นพอได้ดูก็ถึงจะรู้ว่านี่เป็นหนังแนว Found Footage อีกแล้ว พล็อตเรื่องว่าด้วยอาถรรพ์ของมัมมี่และการค้นหาสมบัติล้ำค่าครับ (เป็นอะไรที่ลงสูตรมากมายทีเดียว)

แจ็ค เวลส์ (William McNamara) นักล่าสมบัติได้รับการจ้าง (กึ่งบังคับ) โดย คาร์ล (Danny Glover) ให้ไปช่วยหาศิลาโคเด็กซ์ในตำนานที่ว่ากันว่ามันมีเพชรเม็ดโตประกอบอยู่ในนั้น แจ็คเลยฟอร์มทีมไปสำรวจในถ้ำเพื่อค้นหา


 

แล้วก็คงเดากันได้ครับว่าในถ้ำน่ะไม่ได้โล่งโปร่งไร้กังวลหรอก แต่มันมีอาถรรพ์รออยู่ โดยเฉพาะปีศาจมัมมี่ที่พร้อมจะสังหารทุกชีวิตที่กล้าย่างกรายเข้าไปในที่แห่งนั้น
ตอนดูช่วงแรกผมก็พยายามมองข้ามองค์ประกอบเกรดบีของหนัง อย่างเช่นฉากที่แจ็คคุยออนไลน์กับคาร์ล ทีมงานพยายามทำให้ฉากหลังที่คาร์ลนั่งอยู่คือบ้านของมหาเศรษฐีที่มีชั้นหนังสือและของไฮโซรายล้อมอยู่ แต่บอกตรงๆ ว่าดูแล้วก็รู้ว่ามันคือ CG ครับ

ขนาดฉากหลังของตัวละครยังเป็น CG ผมก็พอจะเดาชะตากรรมได้ แต่ก็ดูต่อไปจนถึงช่วง Found Footage เข้าถ้ำ ก็หวังว่ามันจะมีการเล่าเรื่องหรือการผจญภัยในถ้ำที่มีอะไรเวิร์กๆ มากลบความไม่เนียนในตอนต้นได้

แล้วก็เป็นไปตามคาดครับ คือถ้ำที่พวกเขาไปมุดกันมันดูเป็นถ้ำปูนปั้นมากๆ อารมณ์มันไม่เหมือน As Above, So Below ที่มันดูจริง (ส่วนหนึ่งก็เพราะไปถ่ายที่จริง แต่บางส่วนมันก็ถ่ายเป็นฉากเซ็ทขึ้นมา) หรือหนังแนวเดียวกันอย่าง The Pyramid ที่เรื่องนั้นว่าไม่มีอะไรแล้ว แต่อย่างน้อยฉากมันก็ยังดูโอเคในระดับหนึ่ง



แต่กับเรื่องนี้มันออกแนวปูนปั้นน่ะครับ ต่อให้บางฉากถ่ายจริงแต่อารมณ์ที่ได้มันไม่ค่อยผจญภัยสักเท่าไร การเดินเรื่องก็เรื่อยๆ อาจมีจังหวะที่พยายามสร้างความตื่นเต้นเร้าขวัญขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้หนังดูดีขึ้นมาได้
ยอมรับว่าดูแล้วเฉยเกินคาดครับ การแสดงก็เรื่อยๆ ความสยองก็เรื่อยๆ อย่างที่บอกนั่นแหละครับ พอฉากมันไม่สามารถขายความน่าสนใจได้ หลายอย่างก็ลดพลังลง ยิ่งเป็น Found Footage ด้วยแล้ว หากไม่สามารถทำให้ได้อารมณ์จริงขึ้นมาในใจคนดู มันก็ลดทอนความสนุกลงเยอะแล้วล่ะ

แต่ระหว่างดูก็รู้ล่ะครับว่า Glover พยายามแสดงเต็มที่ ก็อดเห็นใจเขาไม่ได้ พอไปพลิกแฟ้มดูก็พบว่าจริงๆ ผลงานต่อปีของลุงเขาเยอะนะ มี 5 เรื่องขึ้นทั้งนั้น แต่หนังเหล่านั้นก็ออกแนวเกรดบีครับ คือดูแล้วเห็นหน้าพี่ Nicolas Cage ลอยมาเลย ก็อดคิดไม่ได้ครับว่าอยากให้ดาราที่เราคุ้นเคยได้มีโอกาสในหนังจอใหญ่มากกว่านี้จัง

หนังกำกับโดย Johnny Tabor ที่เพิ่งทำหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ผลงานต่อไปก็เป็นหนังสยองเหมือนกันครับ ถ้ามีมาก็คงดูกันต่อเพราะมันก็ไม่แน่หรอกครับ งานชิ้นแรกไม่เวิร์ก แต่งานชิ้นต่อไปเวิร์กขึ้นก็มี เพราะของแบบนี้ก็ต้องสั่งสมชั่วโมงบินเอา ถึงจะได้



คะแนนความชอบ 4/10

รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน

ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด

Similar Videos

รีวิว Fading Gigolo (2013) ยอดชาย… นายดอก (ไม้)

2238 0

Fading Gigolo เป็นงานกำกับและเขียนบทของ John Turturro ที่หลายคนคงจำพี่แกได้จากบทเอเยนต์ซิมมอนส์จอมเพี้ยนแห่ง Transformers โดยเรื่องนี้เขาแสดงนำเองด้วยครับ ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด

รีวิวซีรี่ส์ True Detective ปี 1 (2014)

2906 0

ดู True Detective ปี 1 แล้วโดนของจนได้ ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด ผมแน่ใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบซีรี่ส์นี้ครับ เพราะมันไม่ได้เร่งเร้า ฉับไว หรือตื่นเต้นฉูดฉาดอะไรมากมาย ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด

รีวิว Daybreakers (2009) วันแวมไพร์ครองโลก

422 0

เป็นหนังแวมไพร์ที่ไม่ธรรมดา มาพร้อมไอเดีย แง่คิด และจัดว่ามีความสดพอตัว ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด เหตุในหนังนั้นเกิดในโลกอนาคตครับ เมื่อคนส่วนใหญ่บนโลกกลายเป็นแวมไพร์กันหมด และเมื่อปฏิทินมาถึงปี 2019 ปรากฏว่าเลือดเกิดขาดแคลนเพราะมนุษย์ก็โดนล่าไปเกือบหมด ทำให้ต้องมีการหาทางผลิตเลือดทดแทน และเอ็ดเวิร์ด ดัลตัน (Ethan Hawke) ก็คือหัวหน้าทีมวิจัยที่กำลังค้นคว้าอยู่ แต่แล้วในเวลาต่อมาเขาก็ได้พบกับ ไลโอเนล คอร์แม็ค (Willem Dafoe) มนุษย์ที่มาพร้อมวิธีการแก้พิษแวมไพร์ ซึ่งเป็นทางออกที่ดีครับ เพราะคนจะได้เลิกกินเลือดแล้วกลับไปเป็นคนธรรมดา ไม่ต้องมาฆ่ากันอีกต่อไป เอ็ดเวิร์ดก็เลยตัดสินใจร่วมมือกับเขาและมนุษย์ที่เหลืออยู่ เพื่อช่วยให้มนุษย์กลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิม แต่ก็แน่นอนว่าเขาไม่สามารถดำเนินแผนได้ดั่งใจนัก เพราะยังมีแวมไพร์อีกมากที่ไม่อยากกลับไปเป็นคน ประมาณว่าแวมไพร์น่ะมีพลังสารพัด ดีกว่ากลับไปเป็นคนตั้งเยอะ หรือไม่บางคนก็กลายเป็นแวมไพร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งกายและใจไปแล้ว ดังนั้นการถอนพิษแวมไพร์ก็เท่ากับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสายตาของพวกเขา ด้วยเหตุนี้พวกเอ็ดเวิร์ดเลยต้องเจอกับการไล่ล่าจนได้ อย่างแรกที่เข้าท่ามากๆ ก็คือโทนเรื่องกับการจัดแสงที่นับว่าดีทีเดียว