รีวิว Hot Tub Time Machine 2 (2015) สี่เกลอเจาะเวลาทะลุโลกอนาคต

Hot Tub Time Machine 2 เป็นภาคต่อที่ดาราหลักๆ มากันครบ ยกเว้น John Cusack ที่ไม่ได้มาร่วมจอด้วย (จริงๆ เขามาโผล่รับเชิญเล็กๆ แต่ฉากนั้นถูกตัดออกไป)
ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด
และผู้กำกับก็ยังคงเป็น Steve Pink จากภาคแรกเช่นกันครับ คนเขียนบทก็คือ Josh Heald จากภาคแรกอีกนั่นแหละ ว่าง่ายๆ คือทีมงานมากันเกือบครบ แต่ผลที่ได้ออกมาถือว่ายังห่างชั้นจากภาคแรกพอตัวครับ
เรื่องก็คือก๊วน 3 เพื่อนซี้ที่ชีวิตเปลี่ยนไป (ในทางที่รวยขึ้น ดังขึ้น และมีชื่อเสียงขึ้น) หลังจากเหตุการณ์ “เจาะเวลาด้วยอ่างอาบน้ำ” ในภาคแรก แต่แล้วจู่ๆ ลู (Rob Corddry) ก็โดนปองร้ายจนทำให้พวกเขาต้องหาคำตอบว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ และเขาจะแก้ไขเหตุร้ายที่เกิดได้หรือไม่
สไตล์หนังยังคล้ายภาคแรกครับ นั่นคือเป็นหนังฮาที่มีมุขแรงๆ ฉากแรงๆ ระดับเรท R แต่ไม่ได้แรงจนน่าเกลียด เพียงแต่มันจะดูแรงดูห่ามหากเทียบกับมาตรฐานหนังตลกทั่วๆ ไปน่ะนะครับ
ซึ่งก็ยอมรับเหมือนกันว่าผมอาจจะไม่แนวกับหนังตลกแนวนี้ ผมเลยไม่รู้สึกโดนเท่าไร จริงๆ ไม่ค่อยโดนมาตั้งแต่ภาคแรกแล้วล่ะ แต่ภาคแรกพล็อตมันโอเค ดูแล้วยังพอลื่น และยังมีดาราดีๆ อย่าง Cusack มาถ่วงน้ำหนักไม่ให้หนังมันดูแรงหรือเบาแก่นสารจนเกินไป ภาคก่อนผมเลยยังพอสนุกครับ
แต่กับภาคนี้สไตล์ยังแรง ทว่าไม่มีดาราดีๆ อย่าง Cusack มาถ่วงน้ำหนัก ตัวละครที่เหลืออย่างลู, นิค (Craig Robinson) และเจค็อบ (Clark Duke) ก็ออกแนวแรงและสุดโต่ง (เช่น บ้าสุด ต๊องสุด หรือไร้เดียวสาสุด อะไรประมาณนี้)
ส่วนพล็อตแม้จะว่าด้วยเรื่องเจาะเวลาเหมือนเก่า แต่รายละเอียดมันดูมึนๆ นิดหน่อยครับ การเดินเรื่องและทิศทางของเรื่องมันกระจายอยู่พอสมควร (ไม่เหมือนภาคแรกที่มีทิศทางชัดเจน มีเหตุการณ์ฉากหลังชัดเจน ดูง่ายกว่า) อะไรทั้งหมดนี้เลยทำให้หนังดูไม่สมดุลย์เท่าไร
แต่หากใครชอบสไตล์เบาสมองแบบแรงๆ บ้าๆ ก็น่าจะถูกเส้นครับ โดยเฉพาะถ้าใครชอบ 3 ตัวละครนี้ก็น่าจะเพลินครับ และจริงๆ ผมก็ชอบบางส่วนของพล็อตนะครับ มันเอามุขเจาะเวลาของ Terminator กับ Back to the Future มาแซวเล่นเป็นพักๆ ก็ฮาอยู่ แต่ปัญหามันอยู่ที่การเดินเรื่องนี่แหละครับที่ดูกระจัดกระจายไปหน่อย จนอาจจะมีคนงงระหว่างดูได้ หากไม่คุ้นกับหนังเจาะเวลามาก่อนน่ะครับ
หนังใช้งบสร้างน้อยกว่าภาคแรกอย่างมากครับ ภาคแรกน่ะใช้ทุนไปประมาณ $36 ล้าน ส่วนภาคนี้ใช้ทุนไป $14 ล้าน (ที่ลดไปมากส่วนหนึ่งก็เพราะ Cusack ไม่ได้มาแสดงนั่นเอง) แต่รายได้ก็น้อยตาม รู้สึกจะได้ไป $12 ล้านน่ะครับ
เอาเป็นว่า หากอยากลองก็ลองได้ครับ แต่ภาคแรกจัดว่าลงตัวกว่ากันเยอะครับ
คะแนนความชอบ 6/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน
ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด
รีวิว The Best of Me (2014) รักแรก ตลอดกาล
2642 0ถ้าพูดถึงผู้ชายที่สามารถเล่าเรื่องรักหวานปนน้ำเน่าได้เข้าท่าที่สุดล่ะก็ ชื่อ Nicholas Sparks จะเด้งขึ้นมาในหัวผมทันที ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด
รีวิว Snowden (2016) สโนว์เดน อัจฉริยะจารกรรมเขย่ามหาอำนาจ (ตอนที่ 1)
2577 0ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด สมัยก่อนเวลาดูหนังประเภทเปิดโปงอะไรสักอย่าง ใจเราก็มักจะเชื่อหรือคิดไปในทิศทางที่ผู้สร้างหนังต้องการนำเสนอยู่เสมอ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่แปลกครับ เพราะผู้สร้างหลายท่านก็อยากให้เราเชื่อ ในขณะที่อีกหลายท่านก็พยายามสื่อสารอธิบายกับเรา จากมุมที่เขามอง ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด
รีวิว Dunkirk (2017) ดันเคิร์ก (ตอนที่ 2)
2149 0ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด ซึ่งตลอดตั้งแต่ต้นจนจบนั้น ผมก็จะรู้สึกประมาณนี้แหละ ถามว่าอินหรือจมไปกับเรื่องราวไหม ผมว่าผมไม่อินขนาดนั้นนะ จะออกแนวอินเป็นฉากๆ มากกว่า แต่พอถึงคราวอินมันก็อินจนอึน อินจนอิ่มจุกไปเลยเหมือนกัน (อย่างฉากหามคนข้ามไม้นั่น ผมเกือบจะร้อง “เฮ้” ตามเขาไปด้วยเลยล่ะ) ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด