รีวิว The Final Girls (2015)

ในฐานะหนังคอหนังสยองแนวไล่เชือด อยากบอกว่า The Final Girls นี่มันถูกใจมากมายจริงๆ ครับ
ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด
ตัวหนังออกแนวล้อเลียน แต่ไม่ใช่ล้อแบบเลอะเทอะหรือเน้นขำแหลกแบบ Scary Movie แต่มันเป็นการล้อขนบต่างๆ ของหนังเชือด โดยที่ตัวหนังเองก็นำเสนอแบบมีทิศทาง จริงจังในระดับหนึ่ง และมีพล็อตเรื่องที่ชวนให้ติดตามไม่ใช่น้อย
เรื่องราวว่าด้วย แม็กซ์ (Taissa Farmiga) สาวน้อยที่สูญเสียแม่ของเธอ (Malin Akerman) ด้วยอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน แล้วอยู่มาวันหนึ่งเธอกับเพื่อนๆ ก็นัดกันไปดูหนังรอบดึกครับ ซึ่งปรากฏว่าหนังเรื่องนั้นนำแสดงโดยแม่ของเธอเอง ซึ่งเธอก็ต้องทำใจอยู่พอควรครับ เพราะเธอกำลังจะได้เห็นแม่ที่จากไปของเธออีกครั้ง แม้มันจะเป็นเพียงภาพจากหนังก็ตาม
แต่แล้วระหว่างดูหนังก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน ทำให้แม็กซ์และเพื่อนๆ หลุดเข้าไปอยู่ในหนัง ไปอยู่ท่ามกลางเหตุฆาตกรรมซึ่งตัวละครจะโดนเชือดไปทีละคนๆ และหนึ่งในเหยื่อที่ต้องตายตามบทก็คือ แนนซี่ ที่รับบทโดยแม่ของแม็กซ์นั่นแหละครับ ซึ่งแม็กซ์เองก็พร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อทำให้แนนซี่รอดชีวิตให้ได้ (เพราะมันก็เหมือนเป็นการปกป้องแม่ของเธอไม่ให้ต้องตายต่อหน้าเธออีกครั้งนั่นเอง)
ท่านทั้งหลายครับ มันสนุกจริงๆ นะ อย่างที่บอกว่าหนังมันมีพล็อต มันไม่ได้เอาฉากมาชนฉากหรือเอามุขมาชนมุข แต่หนังเดินเรื่องแบบมีพล็อต มีประเด็น และมีบทสนทนาน่าสนใจตลอดเรื่อง สิ่งที่ผมนับถือเลยคือหนังยังคงเป็นหนังสยองแนวไล่เชือด แต่มันก็มีช่วงให้คนดูเกิดความฮาในหลายวาระ ยิ่งใครดูหนังเชือดมาบ่อยๆ ล่ะฮาหลายรอบแน่ๆ ล่ะครับ เพราะหนังเอากฎหนังสยองมายำล้ออย่างพอเหมาะ (ผมชอบตอน “สโลว์โมชั่น” มากๆ เพราะหนังสยองมันชอบเล่นมุขนี้จริงๆ ประมาณว่าถ้ามีสโลว์ล่ะใช่แล้ว มันต้องมีอะไรออกมาแน่ๆ 555)
และจุดที่ทำให้ผมชอบหนังมากๆ ก็คือ หนังไม่ได้ทำแค่ล้อให้เราขำเท่านั้นนะครับ แต่หนังยังเอาขนบหนังสยองมาสร้างอารมณ์ดราม่าได้อย่างน่าพอใจอีกด้วย ไม่ว่าจะตัวละครที่จะต้องเป็นเหยื่อ อย่างแนนซี่เนี่ย บอกเลยครับว่าหลายช่วงทำเอาผมสงสารแบบจริงๆ จังๆ เลยนะ เพราะในหนังสยองก็จะมีตัวละครที่เป็นเหยื่อหลายราย ที่จริงๆ เป็นคนดี เป็นคนอ่อนโยน แต่สุดท้ายเพราะบทกำหนดเลยต้องโดนฆ่า แล้วบทในหนังเรื่องนี้ก็เขียนออกมาจนทำให้เราสงสารแนนซี่แบบจริงๆ จังๆ
แล้วที่หนักกว่านั้นคือ Akerman แสดงได้ดีเกิ๊น ดีโคตรเลยน่ะครับ เอาแค่แววตาตอนเธอกลัวหรือรับรู้ชะตากรรมนี่มันก็ทำให้ใจของคนดู (อย่างผม) รู้สึกเห็นใจและไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรกับเธอเลย ยิ่งบทผูกให้บทแนนซี่มีปมสำคัญต่อแม็กซ์ก็ยิ่งอินไปกันใหญ่
คือมันเป็นอะไรที่พอดีมากๆ จนผมอยากเอ่ยชมอีกหลายๆ ครั้งน่ะครับ เพราะสำหรับผม จุดนี้มันสร้างความประทับใจได้มากมายจริงๆ นะ
ส่วน Taissa Farmiga ก็แสดงได้ดีครับ (เธอเป็นน้องสาวของ Vera Farmiga แห่ง Up in the Air และ Source Code ครับ และใครดู American Horror Story ล่ะก็ คงจำเธอได้แน่ๆ) เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ล้วนน่าจดจำ มีซีนของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น และคนที่ผมยกนิ้วให้เลยคือ Adam DeVine ครับ พี่แกมาเป็นตัวละครแบบคลั่งเรื่องบนเตียง (อันเป็นอีกหนึ่งตัวละครประจำหนังแนวนี้) ซึ่งพี่แกดูหื่นมาก แต่ไม่ได้หื่นน่าเกลียดนะครับ มันออกแนวหื่นฮาบ้าบอ ยิ่งตอนพี่แกทำหน้าหื่นนี่ยิ่งฮาครับ เรียกว่าใครชอบพี่แกมาจาก Pitch Perfect ล่ะก็ ต้องไม่พลาดบทของพี่แกในเรื่องนี้ครับ (บทในหนังอาจไม่มากเท่าไรนะครับ แต่ถึงจะไม่มาก แต่ก็โคตรน่าจดจำครับ)
จุดที่ผมชอบยังไม่หมดครับ ที่ชอบมากๆ อีกฉากคือตอนที่ตัวละครตัวหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นตัวละครแนว “อิจฉา” หรือ “นางร้ายปากเสีย” สำหรับหนังสยองขวัญ มาพูดระบายสิ่งที่อยู่ในใจ คือมันเป็นอะไรที่ใช่มากๆ เพราะปกติเราจะเห็นแต่ตัวอิจฉาที่ปากเสียไปเรื่อย ดูเหมือนไร้สมองและไร้จิตใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนก็คือคนน่ะครับ มันไม่ได้ไร้จิตใจซะทีเดียวหรอก ไม่มากก็น้อยมันก็ต้องมีความรู้สึกกลัวหรือมุมอ่อนโยนกันบ้าง ซึ่งฉากที่ว่านี่ก็ทำได้ซึ้งกินใจไม่เลวเหมือนกัน
ผมไม่ได้บอกว่าหนังเรื่องนี้สุดยอดมากๆ นะครับ เพราะผมก็ไม่รู้หรอกว่าทุกท่านจะชอบเรื่องนี้แบบที่ผมชอบไหม แต่ผมค่อนข้างชัวร์ว่าคอหนังสยองแนวไล่เชือดที่ผ่านหนังแนวนี้มาเยอะ จะต้องสนุกไปกับสารพัดมุขที่หนังล้อ สารพัดปมที่หนังเอาขนบหนังสยองมาต่อยอดในเชิงดราม่า
อีกอย่างนะครับ ภาพสวยมากอ้ะ หลายฉากออกแบบจัดฉากได้อย่างสวยงาม น่าจดจำ โดยเฉพาะฉาก “Final Girl” ในตอนท้าย ที่ทำออกมาได้อารมณ์อลังการกว่าที่คาดหมายไว้เยอะ
หนังกำกับโดย Todd Strauss-Schulson ที่เคยทำหนังทีวีมาพอสมควร และหนังใหญ่ที่ถือว่าโอเคก็คือ A Very Harold & Kumar 3D Christmas ที่แม้จะไม่สนุกเท่าภาคก่อนๆ แต่ก็ถือว่าโอเค ดูเพลินไม่เสียฟอร์ม แต่สำหรับ The Final Girls นี่คงต้องยกให้เป็นท็อปฟอร์มของพี่แกล่ะครับ เพราะมันลงตัวมากมายจริงๆ
หนังเรื่องนี้ ผมชอบจริงอะไรจริงครับ เลยอยากชวนมาดูกัน
คะแนนความชอบ 7/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน
ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด
รีวิว Monsters: Dark Continent (2014) สงครามฝูงเขมือบโลก
2106 0ผมมารู้ข่าวการมาของ Monsters: Dark Continent ก็ตอนที่มันจะเข้าฉายน่ะครับ มาเงียบจนอึ้งเลย ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด พอดูแล้วก็อึ้งหนักขึ้นไปอีก 555 โดยส่วนตัวผมว่า Monsters ภาคต่อนี่ก็จับคอนเซปต์ของภาคแรกได้ไม่เลวนะครับ คือในความคิดผม คอนเซปต์ภาคแรกคือ เรื่องราวว่าด้วยมนุษย์ที่มีเรื่องของสัตว์ประหลาดเป็นฉากหลัง ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด
รีวิว Fury (2014) วันปฐพีเดือด
2564 0Fury ถือเป็นหนังแอ็กชันกลางไฟสงครามที่คอหนังแนวนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด หนังเล่าถึงนายทหารอเมริกันกลุ่มหนึ่งที่ไปประจำการอยู่บนรถถังชื่อ Fury ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หน้าที่พวกเขาก็คือต่อสู้กับพวกเยอรมัน รุกคืบปราบรถถังอันทรงอานุภาพ และช่วยประชาชนให้พ้นจากการบีบคั้นของพวกนาซี ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด
รีวิว War for the Planet of the Apes (2017) มหาสงครามพิภพวานร (ตอนที่ 2)
2243 0ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด ดนตรีประกอบก็เป็นอีกหนึ่งของดีที่เสริมรสชาติให้กับหนังได้อย่างเยอะ ซึ่งก็เป็นฝีมือของ Michael Giacchino คอมโพเซอร์ที่อุดมผลงานสร้างสรรค์มากๆ ในระยะหลัง จุดเด่นของดนตรีในภาคนี้ไม่ได้เน้นอารมณ์อลังการหรือโฉ่งฉ่าง แต่เน้น “น้อยแต่แน่น” ครับ ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด