รีวิว The Overnight (2015)

รีวิว The Overnight (2015)

หนังดราม่าผสมตลกฟอร์มเล็กที่เนื้อหาดูน่าสนใจดีครับ โดยเฉพาะกับคนที่มีครอบครัวแล้ว

ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด

เรื่องของ อเล็กซ์ (Adam Scott) และ เอมิลี่ (Taylor Schilling) คู่สามีภรรยากับลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งย้ายมาอยู่ลอสแองเจลิส ซึ่งพวกเขาก็ต้องปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตคนเมือง อีกทั้งชีวิตครอบครัวที่หลังจากพวกเขามีลูกแล้ว อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ที่เคยหวานก็หวานได้น้อยลงอะไรแบบนี้เป็นต้น

ทีนี้ที่สวนสาธารณะพวกเขาก็ได้เจอกับ เคิร์ท (Jason Schwartzman) และ ชาร์ล็อตต์ (Judith Godrèche) คู่รักลึกลับที่ชวนให้พวกเขาให้มา “เดทแบบเป็นครอบครัว” กล่าวคือเป็นการพาสองครอบครัวมาเจอกันน่ะครับ แล้วนั่นก็นำไปสู่คืนประหลาดๆ อีกคืนที่อเล็กซ์และเอมิลี่จะไม่มีวันลืม

หนังไม่ใช่แนวสยองครับ อันนี้บอกก่อนเลย เพราะพล็อตฟังๆ ไปอาจทำให้นึกว่าคู่รักลึกลับนี่จะพาพวกตัวเอกไปเชือดหรือเปล่า ไม่ต้องห่วงครับ ไม่มีการฆ่าหรือการเชือดในเรื่องนี้ มันคือหนังตลกว่าด้วยชีวิตคนมีครอบครัวที่ถือว่าน่าสนใจอยู่เหมือนกัน

ประเด็นหลักก็คือการเอาเรื่องจริงของชายหญิงที่มีลูกแล้วมาพูดเล่นน่ะครับ เพราะชีวิตก็จะเปลี่ยนไป จากเดิมตอนเป็นแฟนกันหรือยังมีไม่ลูก การจะเที่ยวเตร่เฮฮา หรือจะสวีทหวานแหววแค่ไหนนั้นก็เป็นอะไรที่ทำได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

O002

แต่พอมีลูกแล้ว เอาแค่ตอนเช้านี่จะมาจู๋จี๋ก็ไม่มีทางล่ะครับ เราต้องตื่นมาดูแลงานในบ้าน ดีไม่ดีลูกวิ่งมาปลุกเราถึงเตียงก็มี และจากนั้นไปจนหมดวัน ชีวิตของเราก็จะมีคำว่า “ความรับผิดชอบ” และ “ครอบครัว” เป็นแกนหลักไปจนตลอด จนกว่าหัวจะถึงหมอนเลยทีเดียว

และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะมีคำถามผุดขึ้นมาว่า “แล้วเวลาของฉันอยู่ไหนหนอ?” ซึ่งมันไม่แปลกหรอกครับ เพราะเราเหนื่อยได้ เราหวนคิดถึงวันที่มีอิสระกว่านี้ได้ เพราะเราก็เป็นคนน่ะครับ แม้จะเข้าใจคำว่าความรับผิดชอบแค่ไหน แต่วันที่ไฟอ่อน วันที่เหนื่อยหนัก มันก็อดไม่ได้ที่จะหวนมานึกถึงตัวเองบ้าง

จริงๆ หนังเปิดประเด็นหลายอย่างได้ไม่เลวครับ แต่จุดอ่อนเลยก็คือการเดินเรื่องยังไม่น่าติดตามพอ จริงๆ นักแสดงน่ะไม่มีปัญหาครับ โดยเฉพาะ Schwartzman ที่มืออาชีพอยู่แล้ว แต่ความสนุกจะน้อยไปหน่อย (เพราะจริงๆ หนังมันคือแนวตลก ไม่ใช่ดราม่าหนักหัว)

และประเด็นที่ว่าน่าสนใจก็ยังเอามาเล่นได้ไม่เต็มที่ จริงๆ พวกแง่มุมเรื่องครอบครัว ชีวิตโสด ชีวิตแต่งงาน หรือชีวิตคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้นเอามาเล่นได้เยอะครับ สามารถขุดประเด็นมาเปิดให้ตัวละครพูดหรือถกกันได้มากมาย แต่หนังก็ไปไม่ถึงจุดนั้น ประเด็นที่เอามาพูดยังถือว่าผิวๆ และยิ่งการเดินเรื่องออกมาธรรมดาด้วยแล้ว เลยทำให้ความน่าสนใจลดลงไปตามลำดับ

O003

ก็ถือเป็นหนังที่เกือบจะน่าสนใจครับ แม้ความสนุกจะไม่เยอะ และยังทำได้ดีกว่านี้อีกก็ตาม แต่อย่างน้อยก็มีสาระให้คนที่มีลูกหรือมีครอบครัวแล้วเก็บกลับมาไตร่ตรอง เป็นการบ้าน ไม่ว่าจะเรื่องการหา Space ของตนเองบ้าง รู้จักหาเวลาพักเพื่อผ่อนคลายจิตใจบ้าง หรือการวางบางบทบาทลงในบางวาระ เพื่อบรรเทาความหนักในกายเราลงไปบ้าง

และที่ลืมไม่ได้คือ อย่าลืมเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตครับ เพราะบางครั้งไอ้อะไรใหม่ๆ นี่แหละที่อาจจะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของเราก็ได้ครับ (แต่สิ่งใหม่บางสิ่งก็ต้องแล้วแต่วัฒนธรรมด้วยนะครับ เพราะบางอย่างมันอาจเหมาะกับวัฒนธรรมประเทศอื่น แต่อาจไม่ชินเมื่อมาอยู่กับบ้านเรา)

สรุปว่าหนังไม่ได้เด็ดหรือน่าดูอะไรมากขนาดนั้นครับ ว่าตามจริงคือผมดูก็เพราะพล็อตมันชวนให้คนมีครอบครัวแล้วอย่างผมสนใจ เผื่อจะได้แง่มุมอะไรใหม่ๆ บ้าง แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมากดังที่คาดคิดครับ
คะแนนความชอบ 6/10
รีวิวโดย ขุนหมื่นแสนสะท้าน
O004
O001

ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด

Similar Videos

รีวิว Dunkirk (2017) ดันเคิร์ก (ตอนที่ 1)

2800 0

ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด การที่ผมเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงถึง 2 รอบแปลว่าผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆ ใช่หรือไม่? ก็อาจจะใช่นะครับ ผมคงชอบหนังเรื่องนี้ไม่น้อยทีเดียว แต่ครั้นพอมาถามใจตัวเองจริงๆ คำตอบมันอาจมีรายละเอียดมากกว่าคำว่า ชอบ หรือ ไม่ชอบ ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด

รีวิวซีรี่ส์ The Punisher Season 1 (2017) เดอะ พันนิชเชอร์ ปี 1

2525 2

ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด เท่าที่เห็นตอนนี้ คะแนนนิยมของซีรี่ส์นี้ถือว่าไม่เลวครับ เหมือนจะมีคนโดนใจอยู่ไม่น้อย แต่ผมเองนั้นต้องขอสารภาพเลยครับว่า ดูแล้วก็โอเค ชอบในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ชอบมากเท่ากับ DareDevil หรือ Jessica Jones ทางเข้าดูการ์ตูนออนไลน์ฟรี 👉 AnimeHaku.com 👈 เว็บดูอนิเมะ มีการ์ตูนพากษ์ไทยเยอะที่สุด

รีวิว Annie (2014) หนูน้อยแอนนี่

2199 0

Annie ฉบับล่าสุดอาจไม่ใช่หนังที่ลงตัวเต็มร้อย แต่ถ้าจะดูเอาสนุกเพลิดเพลิน พร้อมรับสาระชีวิตดีๆ ติดปลายนวมกลับไปคิดเป็นการบ้าน ก็ถือว่าหนังตอบโจทย์อะไรเหล่านี้ได้ดีพอสมควรครับ ทางเข้าดูหนังออนไลน์ฟรี 👉 Hopsmovie.com 👈 เว็บดูหนังฟรีที่มีหนังให้เลือกดูมากที่สุด เรื่องของเด็กกำพร้านามว่าแอนนี่ (Quvenzhané Wallis) ที่ฉบับนี้ดัดแปลงเป็นเด็กน้อยผมแดงผิวขาวมาเป็นหนูน้อยผิวดำครับ แต่พล็อตยังประมาณเดิม คือเธอต้องการหาพ่อแม่ แต่โชคชะตาก็นำพาเธอไปพบกับวิล สแตคส์ (Jamie Foxx) มหาเศรษฐีนักธุรกิจที่กำลังลงเลือกตั้ง แล้วแอนนี่ก็ทำให้ชีวิตของวิลเปลี่ยนไป (ในทางที่ดีขึ้น) หนังมาพร้อมบทเพลงดีๆ มากมายครับ ซึ่งก็เป็นจุดขายสำคัญของ Annie เลยก็ว่าได้ (Annie ถูกดัดแปลงเป็นละครเวทีหลายครั้งสุดๆ ครับ Neil Patrick Harris แกยังเอามาแซวตอนงาน Tony Awards เลย) อีกทั้งเรื่องราวที่ชวนให้คนดูรู้สึกอบอุ่น